Peptein | FAQ - ข้อควรรู้ และ คำถามเกี่ยวกับเปปทีนที่พบบ่อย

FAQ | ข้อควรรู้ และ คำถามเกี่ยวกับเปปทีนที่พบบ่อย

  1. เปปทีน 4000 กับ เปปทีน 8000 ต่างกันอย่างไร ?

    เปปทีน 4000 มีปริมาณของ Original Soy Peptide 4000 มิลลิกรัมต่อขวดขนาด 100 มิลลิลิตร ส่วนเปปทีน 8000 จะมีปริมาณของ Original Soy Peptide 8000 มิลลิกรัมต่อขวดขนาด 150 มิลลิลิตร คือมีขนาดขวดใหญ่กว่าและมีปริมาณของ Original Soy Peptide มากกว่า 2 เท่า รสชาติเปรี้ยวนำ หวานตาม โดยเปปทีน 4000 แต่งกลิ่นทับทิม ส่วนเปปทีน 8000 แต่งกลิ่นเกรปฟรุต
  2. ใครควรดื่มเปปทีน ?

    เปปทีนเป็นเครื่องดื่มที่เหมาะสำหรับทุกเพศ ทุกวัย ทั้งเด็กนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์
  3. ควรดื่มเมื่อไหร่ ?

    ดื่มได้ทุกวัน ทุกเวลาตามความต้องการ
    สำหรับเด็กนักเรียน นักศึกษา - ดื่มหลังจากตื่นนอนตอนเช้า ก่อนไปโรงเรียน ก่อนอ่านหนังสือ ก่อนไปโรงเรียน หรือ หลังเลิกเรียน
    สำหรับคนทำงาน - ดื่มหลังจากตื่นนอนตอนเช้า ก่อนไปทำงาน ตอนบ่าย ก่อนเข้าประชุม หรือหลังเลิกงาน หากต้องทำงานอยู่ดึกแนะนำดื่มเพิ่มเติมก่อนนอน
    ผู้สูงอายุ - อาจดื่มตอนเช้าหรือก่อนนอน
  4. มีข้อจำกัดในการดื่มต่อวันหรือไม่ ?

    เครื่องดื่มเปปทีนไม่มีข้อจำกัดในการดื่มต่อวัน
    สามารถดื่มได้ตามความต้องการเนื่องจากเป็นสารอาหารประเภทโปรตีนที่ร่างกายต้องการได้รับในแต่ละวันอยู่แล้ว
  5. คนที่มีโรคประจำตัว เบาหวาน ไขมันในโลหิตสูง ดื่มได้หรือไม่ ?

    เครื่องดื่มเปปทีนไม่มีไขมัน และมีปริมาณน้ำตาลต่ำโดยใน 1 ขวดมีน้ำตาลเพียงประมาณ 3.7% เท่านั้น คนที่เป็นโรคเบาหวาน ไขมันในโลหิตสูง สามารถดื่มได้
  6. คนเป็นโรคไตดื่มได้หรือไม่ ?

    คนที่เป็นโรคไตที่จำกัดปริมาณโปรตีนสามารถดื่มเปปทีนได้ โดยจำกัดปริมาณโปรตีนที่ได้รับตามที่แพทย์แจ้งไว้ ซึ่งจะทราบปริมาณโปรตีนที่ดื่มโดยเปปทีน4000 มีปริมาณโปรตีน 4 กรัมต่อขวด และเปปทีน 8000 มีปริมาณโปรตีน 9 กรัมต่อขวด
  7. ตะกอนที่อยู่ในขวดเครื่องดื่มคืออะไร เป็นอันตรายหรือไม่ ?

    ตะกอนที่อยู่ในขวดเครื่องดื่มเปปทีน คือตะกอนของ Original Soy Peptide ซึ่งไม่ใช่สิ่งผิดปกติหรือมีอันตรายใดๆ
  8. ต่างจากการดื่มนมถั่วเหลือง หรือน้ำเต้าหู้หรือไม่ ?

    การดื่มเครื่องดื่มเปปทีนต่างจากการดื่มนมถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้
    เนื่องจากนมถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้ เป็นโปรตีนโมเลกุลใหญ่ซึ่งต้องผ่านการย่อยก่อนจึงจะดูดซึมนำไปใช้ได้ แต่เปปทีนประกอบด้วย Original Soy Peptide
    ที่ผ่านการย่อยเป็นโมเลกุลขนาดเล็กแล้ว ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ในเวลาอันรวดเร็ว