Peptein | Original Soy Peptide คืออะไรและช่วยบำรุงสมองของคุณได้อย่างไร

WHY ORIGINAL SOY PEPTIDE ?

สมองเป็นอวัยวะที่สำคัญ และมีบทบาทอย่างมากในการดำรงชีวิตการดูแลและบำรุงสมองจึงเป็นสิ่งที่ผู้คน
ในยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็นวัยเรียน หรือวัยทำงาน หันมาใส่ใจให้ความสำคัญกันมากขึ้น
และการให้สารอาหารที่ดีมี ประโยชน์ จะทำให้สมองของเราพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์

Original Soy Peptide ได้จากการนำถั่วเหลืองที่คัดสรรคุณภาพแล้วมาขจัดเอากาก แป้ง ไขมัน ฮอร์โมนซึ่งคล้ายฮอร์โมนเพศหญิง รวมถึงสารที่ก่อให้โรคเก๊าท์ออก เหลือเพียงโปรตีนบริสุทธิ์ จากนั้นได้นำมาผ่านกระบวนการย่อยด้วยเอนไซม์ควบคุมด้วยนวัตกรรมขั้นสูงจนได้เป็นเปปไทด์สายสั้นที่เรียกว่า Original Soy Peptide ซึ่งสามารถดูดซึมนำไปใช้ได้ในเวลาอันรวดเร็ว โดยไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ทุกส่วนของร่างกายรวมถึงสมองด้วย

WHAT IS PEPTIDE ?


โปรตีนเป็นสารประกอบที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ หน่วยย่อยที่สุดของโปรตีนคือ กรดอะมิโนที่เรียงต่อกันเป็นสาย
ด้วยพันธะเปปไทด์ (Peptide Bond) เรียกสายเปปไทด์ (Peptide Chain) ซึ่งสายเปปไทด์นี้ เรียกต่างกันตามจำนวน
กรดอะมิโนที่มาเรียงต่อกันโดยเมื่อกรดอะมิโน 2 โมเลกุลมาเรียงต่อกันด้วยพันธะเปปไทด์จะเรียกว่า ไดเปปไทด์
หากเป็น กรดอะมิโน 3 โมเลกุลเรียก ไตรเปปไทด์เมื่อมีจำนวนกรดอะมิโนต่อกันมากกว่า 10 โมเลกุลจะเกิดเป็น
สายโพลีเปปไทด์ หากมีกรดอะมิโนจำนวนมากกว่า 50 โมเลกุล จะถือว่าเป็นโปรตีน ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า
เปปไทด์คือโมเลกุลที่เล็กๆ ของโปรตีนนั่นเอง

Oligopeptide โมเลกุล Oligopeptide โมเลกุล Oligopeptide โมเลกุล Oligopeptide โมเลกุล Oligopeptide โมเลกุล Oligopeptide โมเลกุล Oligopeptide โมเลกุล Oligopeptide โมเลกุล Oligopeptide โมเลกุล Oligopeptide โมเลกุล Oligopeptide Oligopeptide หมายถึง peptide chain ที่มีโมเลกุลของ amino acid เรียงตัวต่อกันตั้งแต่ 2 ถึง 10 โมเลกุล
Dipeptide โมเลกุล Dipeptide โมเลกุล Dipeptide Dipeptide หมายถึง peptide chain ที่มีโมเลกุลของ amino acid เรียงตัวต่อกัน 2 โมเลกุล
Tripeptide โมเลกุล Tripeptide โมเลกุล Tripeptide โมเลกุล Tripeptide Tripeptide หมายถึง peptide chain ที่มีโมเลกุลของ amino acid เรียงตัวต่อกัน 3 โมเลกุล

เปปไทด์คืออะไร

คุณสมบัติของ Peptide สายสั้น

1.สามารถดูดซึมได้ที่ผนังลำไส้เล็กได้เร็วกว่าการดูดซึมกรดอะมิโนเดี่ยวๆเนื่องจาก

1.1 การดูดซึมในเวลาที่เท่ากัน ไดเปปไทด์ ดูดซึมครั้งหนึ่งสามารถดูดซึมได้กรดอะมิโน 2 โมเลกุล และ ไตรเปปไทด์ดูดซึมได้ครั้งละ 3 โมเลกุลเมื่อเทียบกับกรดอะมิโนที่เข้าได้ครั้งละเพียง 1 โมเลกุล

1.2 กลไกการดูดซึมของกรดอะมิโนและเปปไทด์ต้องอาศัยตัวพา โดยตัวพาเปปไทด์ของเซลล์ดูดซึมสามารถจับกับเปปไทด์ที่ประกอบด้วยกรดอะมิโนที่มีฤทธิ์เป็นได้ทั้งกรด ด่าง และกลาง แต่การดูดซึมกรดอะมิโนอิสระมีตัวพาจำเพาะเฉพาะของกรดอะมิโนแต่ละชนิด ดังนั้นระบบตัวพาในการดูดซึมของไดเปปไทด์และไตรเปปไทด์ดีกว่ากรดอะมิโนอิสระ

2.การดูดซึมไม่เป็นการเพิ่มภาระการทำงานของระบบในทางเดินอาหาร

3.การดูดซึมนั้นสมบูรณ์

4.มีคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ของโปรตีนทุกประการ

จากคุณสมบัติเฉพาะของเปปไทด์ ทำให้เปปไทด์เป็นรูปแบบของโปรตีนที่เหมาะสมสำหรับการบริโภค
เนื่องจากพร้อมดูดซึม ดูดซึมได้ง่ายและสมบูรณ์ ฯลฯ